วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ชื่นชมแต่ตา กายใจไม่ขยับ


เรื่องนี้สำหรับท่านผู้ชื่นชมธรรม...แต่ไม่ค่อยได้ปฎิบัติธรรม ได้ยินมาจากพระอาจารย์เมื่อวาน.. จี๊ดเข้าไปถึงทรวงเลย... เรื่องมีอยู่ว่า....

สาวกของพระพุทธเจ้าท่านหนึ่งมีนามว่าพระวักกลิ มีความเลื่อมใสในพระรูปพระโฉมของพระองค์ ไม่อิ่ม ไม่เบื่อหน่ายในการดู อยากจะดูทุกเมื่อ เฝ้าติดตามดูพระรูปโฉมของพระบรมศาสดาอยู่ตลอดเวลา   แทนที่จะท่องสาธยายธรรมและบำเพ็ญเพียรในกรรมฐาน พระองค์ก็มิได้ตรัสว่าอะไร ท่านก็เที่ยวตามชมเชยอยู่เช่นนั้น ครั้นต่อมาพระบรมศาสดาตรัสสอนว่า 

ดูก่อนวักกลิ เธอต้องการดูกายที่เปื่อยเน่านี้เพื่อประโยชน์อะไร 
ดูก่อนวักกลิ ผู้ใดแลเห็นธรรม ผู้นั้นชื่อว่า เห็นเรา ผู้ใดเห็นเรา ผู้นั้นชื่อว่าเห็นธรรม 

แม้พระองค์ทรงตรัสสอนอย่างนี้แล้ว พระวักกลิก็ยังไม่ลดละ พระบรมศาสดาจึงทรงดำริว่า ภิกษุนี้ ถ้าไม่ได้ความสลดใจเสียบ้างแล้ว ก็จะไม่ได้บรรลุมรรคผลอะไร ครั้นทรงดำริในพระทัยอย่างนี้แล้ว เมื่อจวนจะถึงวันเข้าพรรษา พระองค์จึงเสด็จไปสู่กรุงราชคฤห์มหานครในวันเข้าพรรษาพระองค์จึงมีพระพุทธฎีกา ประณามขับไล่พระวักกลิเสียจากสำนักของพระองค์ว่า “อเปหิ วกฺกลิ”  ดูก่อนวักกลิภิกษุ เธอจงหลีกไปให้พ้นจากสำนักของเราเถิด

พระวักกลิเกิดความน้อยใจว่า พระบรมศาสดาจะไม่ทักทายปราศรัยกะเราอีกแล้ว เราก็ไม่อาจจะอยู่ในที่เฉพาะพระพักตร์ของพระองค์ตลอดไตรมาส มีความเสียใจที่จะไม่ได้เห็นพระองค์ จึงหลีกออกจากพุทธสำนัก แล้วคิดว่าเรามีชีวิตอยู่จะมีประโยชน์อะไร เราจะกระโดดภูเขาตายเสีย ครั้นคิดอย่างนั้นแล้ว จึงขึ้นไปสู่ยอดเขาคิชกูฎ 

พระบรมศาสดาทรงทราบซึ่งความลำบากของท่าน จึงแสดงพระองค์ให้ปรากฏในที่เฉพาะหน้า และตรัสสอนด้วยธรรมีกถามีประการต่าง ๆ ท่านเกิดปีติและปราโมทย์อย่างแรงกล้า มาเฝ้าพระบรมศาสดาโดยทางอากาศ นึกถึงพระโอวาทที่พระบรมศาสดาตรัสสอน ข่มปีติบนอากาศเสียได้แล้ว ได้บรรลุพระอรหันต์พร้อมด้วยปฏิสัมภิทา ลงมาถวายบังคมพระบรมศาสดาที่เฉพาะพระพักตร์

พวกเราชื่นชมธรรม เฝ้าตามพระอาจารย์ ฟังธรรมไม่รู้จักกี่หน  แต่ปฎิบัติกันจริงๆน้อยนิดเหลือเกิน การปฎิบัติภาวนานั้นไม่ต้องห่วงความสวยงาม ท่านว่าไม่ต้องห่วงว่าท่าจะไม่สวย  เวลาจะจมน้ำให้ตะกุยทั้งมือเท้า เอาให้รอดเสียก่อน  พวกเราจะห่วงสวย ต้องนิ่ง ต้องสงบ ต่้องนุ่งขาวห่มขาว ต้องหลับตาทำสมาธิ เดินจงกรมท่าสวย  ให้ดูหมาไว้ เวลาโยนมันลงน้ำมันยังตะกุยจนถึงฝั่งจนรอด ไม่ห่วงท่าสวย หมาไม่จมน้ำตาย ดังนั้นจงเอาให้รอดเสียก่อน  

ปฎิบัติที่ไหน เมื่อไหร่ อยู่กับใครก็ได้... ทำได้ทุกที่ ทุกวี่ทุกวัน ทุกเวลา ทุกขณะจิต...แค่อย่าส่งใจออกนอก อยู่กับปัจจุบัน...ฝึกไป  ทำจนเป็นธรรมชาติ  เหมือนเด็กตั้งใข่ ล้มแล้วต้องลุก ล้มอีกลุกขึ้นอีก ใช้ความเพียรให้เต็มที่ อยู่กับร่างกายก้อนนี้ให้เต็มที่  สักวันจะลุกเดินเหินได้อย่างสบายเอง  แต่ต้องทำ นึกได้ต้องทำ ให้มีใจจดจ่ออยู่กับ "ขณะนี้"  อดีตผ่านไปแล้ว อนาคตไม่เกี่ยว ไม่ต้องคิด เอาแค่รู้ ไม่ต้องวิเคราะห์...โง่ๆไปเลย แค่รู้ตัว รู้สึกแล้วหยุดแค่นั้นในทุกอย่างที่ทำในชีวิตประจำวัน 

สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น