วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

คิดวันละอย่าง #12

อยากปรุง..ปรุงไป 
อยากแต่ง..แต่งไป..ให้มันรู้ !!

วันนี้ได้อ่านหน้าบ้าน FB ของเพื่อนที่น่ารัก 
เธอเขียนส่งความรักความคิดถึงไปยังสามีผู้เป็นเพื่อน เป็นพี่
...เป็นพ่อของลูกที่ล่วงลับไปแล้วได้อย่างน่ารัก
วอนขอพลังใจจากคนรักที่จากไปนานแล้ว...เพราะพลังใกล้จะหมด..
ข้าพเจ้าอ่านแล้วซาบซึ้งมาก
เป็นความสวยงามที่สุดของการเป็นปุถุชน...ที่ไม่หลอกตัวเอง !! 
รักก็ว่ารัก คิดถึงก็ว่าคิดถึง หวนไห้ก็ว่าหวนไห้...มันตรงมาก 

แต่พอไปอ่านเม้นของบางคนแล้ว ให้รู้สึก "งื้ดดดด" เป็นอันมาก
บางนางเขียนประมาณว่าให้ระลึกคำสอนของด็อกเตอร์อะไรสักอย่างเรื่อง "ปรุงแต่ง"
ห้ามปรุง อย่าแต่ง !!! บางนางก็นู่นเลย..ให้ปล่อยวาง อนิจจัง วัตตะ สังขาราไปนู่น
รู้ว่ามัน "ดี" จะมาดีอะไรตอนนี้..มันใช่เวลามั๊ยเนี่ย...
โห..จะธรรมะไปไหน.. (และดูเหมือนเธอจะอินไปด้วย 555)

คนนะฮะ นี่มันคน มันเป็นปุถุชน มันมีอารมณ์ มีความรู้สึก
"บังคับ" ความรู้สึก หรือ อารมณ์ ควรบีบมันด้วย ???
แค่บังคับ กะเกณฑ์อะไรที่ไม่เป็นธรรมชาติก็แย่แล้ว..
ธรรมชาติคน..ที่ยังเป็นคนธรรมดาอ่ะนะ มันรู้สึกตลอดแหละ
มันต้องห้ามด้วยเหรอ...มันห้ามกันไม่ได้นะ
แต่เมื่อเกิดแล้ว..ให้รู้สึก ให้รู้ว่าปรุง ให้รู้ว่าแต่งก็พอมั๊ง
จะรีบไปนิพพานที่ไหน..แม่ซาลาเปาใส้ดำทั้งหลาย
เห็นๆอยู่เนี่ย...ไม่รอดสักราย เกิดใหม่แน่ๆ.... 

เบื่อพวก "นางห้าม" เนี่ย... ติดจัง ติดหนึบ ติดไม่รู้ตัว !!

เพื่อนของข้าพเจ้า..ใครใคร่อะไร อยากอะไร รู้สึกอะไร..เอาให้จั๋งหนับ
ขอแค่รู้ตัวว่ากำลังทำอะไรตอนนี้...โฮ้ย เหลือ เหลือฮะแม่เจ้าประคุ้ณณณณ

คิดวันละอย่าง #11


อาจมีสะดุดไปบ้าง..แต่เมตตา ไม่มีวันตาย

เมตตาเป็นหนึ่งในพรหมวิหาร 4 เป็นตัวทำให้เกิดพรหมวิหารอื่นได้

(เมตตา..ไปกรุณา..ไปมุทิตาและไปยัง อุเบกขา) 
เมตตาตัวเองก่อน....

ใจอย่าไหลลงต่ำ

ขันติ..อย่าขันแตก..เมื่อถูกล่วงเกิน

ทุกคนเห็นว่า "ตัวเรา" ถูกเสมอ 

สิ่งตัวเองที่คิด พูด ทำ...ถูกทั้งนั้น...

จะด้วยกรรม หรือ "ด้วน" ทางปัญญาหรืออะไรก็ช่างมันเหอะ

คนมันมีกิเลสชักจูง 
ดับความต้องการสิ่งดีดีจากชาวบ้าน..ก็เมตตาตัวเองแล้ว

..โกรธไป..เสียเวลาเย็นใจ...
..หงุดหงิด..เสียเวลาเมตตาและเป็นสุข...

....ขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงจงเป็นผู้ไม่มีเวร 

ไม่มีความเบียดเบียน ไม่มีทุกข์ 

รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ทั้งสิ้นเถิด...

ลมหายใจหน้าอาจไม่มี...สาธุ

วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

คิดวันละอย่าง # 10



















ไม่มีใครในโลกที่เติบโต แข็งแกร่ง เก่งขึ้นด้วยตัวเอง...

เราทุกคนล้วนมีพ่อแม่ มี mentor มีครู มีเพื่อน มีพี่ มีน้อง

มีใครคนหนึ่ง หรือ หลายคนที่ช่วยถักทอ สานชีวิตให้สวยงาม

ใครๆที่จุดประกาย ใครๆที่ทำให้เราดีขึ้น...มาได้จนวันนี้...

ทุกคนมีความสัมพันธ์กับ champions ในชีวิตของเรา

...เป็นพื้นฐานสำคัญ..เป็น steppingstone 


อย่ารีรอ..ที่จะยอมรับ..
เพราะ champions อาจไม่มีเวลามากพอที่จะรอเรา
ขอกราบ champions ทุกท่านในชีวิตข้าพเจ้า 
(กราบที่บ้านมาแล้วหนึ่งคน kiki emoticon ไม่ต้องรอวันแม่วันพ่อ)

วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2558

คิดวันละอย่าง # 8

Forget about being perfect !!
สมบรูณ์แบบถือเป็น "โรค" ...มีอาการดังนี้

เยอะ...สนใจเรื่องปลีกย่อยมากเกิน
หมกมุ่นกับรายละเอียด ผมกระดิกเส้นเดียวก็ไม่ได้ ออกบ้านต้องเนี๊ยบ เห็นชาวบ้านซกมกนิดหน่อยก็รำคาญ ติติง ไม่รู้จักธรรมชาติ ขันธ์ของคน มันมีเน่ากันได้

ยาก...ไม่ยอมเปลี่ยน
ใช้ชีวิตเดิมๆ ดื้อๆ อะไรแปลกๆใหม่ๆไม่เอาด้วย ไม่ฟังคนอื่น จะกินร้านนี้อยู่ร้านเดียว ชีวิตมีรูปแบบเดียว เดินทางไปมาแบบเดิม ประสบการณ์ใหม่ที่จะได้เรียนรู้ก็ไม่เอา ยึดโซนสบายอยู่นั่นแหละ ไม่ออกมาซักที 

ยาว...ไม่กล้าตัดสินใจ
กลัวผิด กลัวเสียพักตร์ กลัวลำบาก กลัวเดือดร้อน คนเราแค่เกิดมาก็ทุกข์แล้ว จะอะไรกันมากมาย ชีวิตเดียว ใช้ไป ไม่รู้ชาติหน้าจะเกิดมาเป็นคนหรือเปล่า

ยุ่ง.....เครียดง่าย
ระเบียบจัด แห้งแล้ง ขาดสีสรร ไม่ยอมพักผ่อน ไม่รู้จักคุณค่าของความไม่สมบรูณ์แบบ ความไม่สมบรูณ์แบบที่สมบรูณ์แบบน่ะ...รู้จักมั๊ย

มันจำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีคิดนะ ต้องยอมรับว่าคนเราสามารถผิดพลาดกันได้
คนเราไม่จำเป็นต้องดีพร้อมไปเสียทุกเรื่อง ทุกที่...
เราน่ะ...ทำส่วนของเราให้ดีที่สุดก็พอมั๊ง...ที่เหลือได้แค่ไหนก็แค่นั้น 

ไอ้โรคสมบูรณ์แบบนี่เกิดกับใคร...ซวยเลย
เพราะมันจะกลายเป็น โรคย้ำคิดย้ำทำ ตามมาติดติด
อาจถึงคราวจำเป็น...ต้องพบจิตแพทย์
มันจะรบกวนการใช้ชีวิต การทำงาน ตลอดจนความเป็นอยู่ในทุกเมื่อเชื่อวัน
...รวมถึงคนที่อยู่ใกล้ชิด...ผิดหวังมากๆ มีซึมเศร้า เหงาลึกฝังในเข้าได้ด้วยนะ

จะคิดอะไรมาก จะสมบรูณ์แบบไปไหน...

ปลาทูไหม้ตัวเดียว..โลกไม่ได้แตก !!

คิดวันละอย่าง # 6

กักขังฉันเถิด กักขังไป

ใครมันจะกักขังอะไรได้ไปทั้งชาติ...
จากพวก postmodernism ว่าไว้...
"หากความเป็นหญิง/ชายเป็นสิ่งที่ถูกประกอบสร้างขึ้นมาแล้วนั้น ในเวลาเดียวกันความเป็นเพศดังกล่าว ก็สามารถถูกรื้อถอนและสร้างขึ้นใหม่ (deconstructed and reconstructed) ได้ด้วยเช่นกัน "

เพศสภาพ (gender) ดังที่เป็นอยู่ก็มิได้เป็นสิ่งที่สถิตย์..ที่ไม่เปลี่ยนแปลง
มันเปลี่ยนแปลงได้...เลื่อนไหลตามพื้นที่ (space) และเวลา (time) ที่ต่างไป
มันเป็นเรื่องที่ถูกสร้างขึ้นมาตามวัฒนธรรมและอำนาจ !!

ทั้งผู้หญิงผู้ชายส่วนหนึ่งก็พยายามก้าวข้ามเขต พื้นที่ที่ถูกกักขังโดยอำนาจสังคม
เข้าใจว่าคงจะเบื่อเพศสภาพ วิถีเพศตัวเอง
เบื่อได้...มันเป็นธรรมชาติ...
อะไรที่ถูกกัก..มันก็หาทางโบยบินออกไปทั้งนั้น
(ไอ้ที่ยอมถูกขังนั้นน่ะ..โรคจิต)

วิถีทางเพศเนี่ย มันคือ ความรู้สึก อารมณ์ ความดึงดูด ความสนใจ ความรู้สึกชอบ รักใคร่ใครบางคนมากกว่าคนอื่นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถ้าเกิดเป็นคนมันก็มีความรู้สึกแบบนี้กันทั้งนั้น
...รับไป... รักใครมากกว่าใครก็รับไป...
ไม่เห็นจะต้องเลือกเพศเลย และก็ไม่เห็นว่ามันจะผิดยังไง 

และยังเข้าใจ (ไปเอง) อีกว่าทุกคนมีดีเอ็นเอ ทอม ดี้ เกย์ อยู่ในตัว...
อย่างตัวเองสภาพเพศเป็นหญิง สมัยเรียนยังแอบชอบเด็กผู้หญิงรุ่นน้องเลย
ชอบแบบเอาจริงเอาจังด้วย มีส่งขนม เขียนเพลงยาว ฯลฯ
เวลาเปลี่ยนไป พื้นที่เปลี่ยนไป มันก็เข้าที่เข้าทางไปเอง...
และจะทางไหน...ก็ตัวใครตัวมัน!!

แต่สิ่งสำคัญ คือ การยอมรับ !!
เป็นอะไร ก็เป็นไป ไม่ต้องอาย ไม่ต้องเขิน ไม่ต้องกลัวเสียพักตร์
ผู้ใหญ่บางคนที่ไม่ยอมรับนั้น..น่ารังเกียจกว่าอีก
ลูกหลานจะเป็นอะไรก็ให้มันเป็นไป ไม่เห็นจะแปลก
หรือแปลก ก็ดี..มีของแปลกในบ้าน...

ดังนั้น..จะ Homo จะ Hetero จะ Bi ก็เป็นไป
ไม่ต้องบำบัด...มันไม่ใช่เรื่องของ "โรค" มันเป็นเรื่องของ "โลก"
จงเป็นให้มันสง่างามฮะ 
สวัสดีเพื่อนดีเอนเอทอม ดี้ เกย์ทุกท่าน kiki emoticon
และยินดีด้วยฮะ http://edition.cnn.com/…/supreme-court-same-sex-marriage-r…/

คิดวันละอย่าง # 5

ก็แค่รับมันไป..















มีเรื่องราวบางเรื่องต่อให้ยินดีปรีดาหรือไม่ยินดีเศร้าซึมยังไง...มันก็เกิดขึ้น
..อยากเจอ ไม่อยากเจอ..มันก็เจออยู่ดี

มีคนรัก มีคนเกลียด มีคนอิจฉา มีคนชื่นชม
ก็ช่างเหอะ...เรื่องของคนอื่นทั้งนั้น
เราในสายตาคนอื่น..ยังไงก็ไม่ใช่ตัวตนเราอยู่ดีนั่นแหละ

มองที่เดียวกัน เห็นคนละอย่าง
ฟังอย่างเดียวกัน เข้าใจคนละทาง
ตังค์เหมือนกัน ใช้ไปคนละเรื่อง
ใจเหมือนกัน คิดไม่เหมือนกัน
คนเหมือนกัน ใช้ชีวิตต่างกัน

ทำอะไรจะถูกใจใครๆไปเสียหมด...มันยากมาก
จะทุ่มเท จริงใจ..ก็แค่ให้มันถูกคน
จบข่าว

วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2558

คิดวันละอย่าง #4

ฟรายทาค (Freitag) กับภาวะร่างกายไม่สนองตอบ

ใครเป็นแฟนฟรายทาคต้องรู้ว่าเวลาได้มันมา สมองส่วนควบคุมความพอใจพุ่งกระฉูด
...เอามานอนเป็นเพื่อน
...สะพายไป กวาดบ้านไป
...มองไป ยิ้มไป
...พาไปนั่งรถเที่ยว
...หิ้วมาช่วยทำงาน
...กระเป๋าแบน แฟนทิ้งก็ช่างมัน
คือ สมองเราจะหลั่งสารตัวใหม่ ชื่อ "ฟรายทาค-โดปามีน" ออกมาเกินกว่าปกติ 
ไอ้สารนี้แหละตัวดี มันออกฤทธิ์ต่อสมองส่วนควบคุมการพอใจ
ทำให้สมองเราเสียสมดุลในการทำงานตามปกติ
คือ มันต้องออกมาในระดับมากมาก เราจึงพอใจ 

ครั้นระดับมันลดลง...เกิดภาวะร่างกายไม่ตอบสนอง
..แปรปรวนเมื่อขาดมัน เรียกว่า อาการถอนพิษ !!
ต้องแสวงหาฟรายทาค-โดปามีนเพิ่มเข้าไป ร่างกายจึงทำงานปกติได้

ที่อันตรายต่อสุขภาพกระเป๋าเงิน คือ......
ร่างกายจะไม่ตอบสนองต่อปริมาณฟรายทาค-โดปามีนเดิมที่เคยได้รับ
ต้องเพิ่มปริมาณสารมากขึ้นเพื่อให้ได้ผลความพอใจเท่าเดิม !!
(นี่ยังไม่นับรุ่น นับสี นับลาย นับตะเข็บนะ)

คือ มันเป็นสาเหตุของการซื้อที่ไม่หยุดหย่อน
ต้องเสพฟรายทาค-โดปามีนมากขึ้น
....ไม่งั้นพิษจะตกค้าง ร่างกายอ่อนแอ 555
น่าสงสารตัวเอง...มันถูกดูดซึมเข้าสมองไปแล้ว !!!