วันพุธที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2562

คิดวันละอย่าง # 249

หลักเกณฑ์อะไรที่ใช้ในการไปตัดสินคนอื่น



ภาพนี้ทำให้อยากถามว่า มาตรฐานที่เราใช้นั้นเป็นมาตรฐานเดียวกันกับทุกคนหรือไม่ บางทีเราก็ใช้มาตรฐานเรา มาตรฐานเดียวไปวัดคนอื่น ซึ่งไม่ยุติธรรมเลย คนจะเก่งไม่เก่ง ดีไม่ดีมันไม่สามารถวัดด้วยมาตรฐานเดียว เช่นเดียวกับที่จะให้สัตว์ทุกตัวปีนต้นไม้ หรือว่ายน้ำเป็นการทดสอบ แล้วจะตัดสินได้ว่าตัวไหนมีความสามารถ มันใช่หรือ 

ยิ่งในการทำงานมันจึงต้องมีตัวชี้วัดที่หลากหลายไปตามตัวสมรรถนะที่กำหนดตามตำแหน่งหน้าที่ ไม่ใช่ใช้ one-size-fits-all หว่านประเมินั่วองค์กร ทัศนคติแบบ one-size-fits-all ไม่ควรมีในผู้บริหารที่ฉลาด 

ในความสัมพันธ์ส่วนตัวก็เช่นกัน ต้องถามตัวเองว่า เราใช้หลักเกณฑ์อะไรในการไปตัดสินคนอื่น และคิดว่าได้ใช้มาตรฐานการตัดสินอย่างนั้นกับทุกคนหรือไม่? แล้วมันใช่ไหม #บางทีมาตรฐานก็ทำให้ปวดใจ

วันพุธที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

คุณภาพชีวิตคนขึ้นอยู่กับการครองสติ

การมีสติ คือ การจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำ ถ้าเราสนใจอะไรมากพอ เราจะ focus เราจะใส่ใจไปเต็มที่ ปัญหาคือ เมื่อเราไม่ได้ให้ความสนใจจริงจัง เมื่อนั้นเราจะมีแนวโน้มหลุดจากการรับรู้ สติหลุด เสียสติ การจะมีสติกับอารมณ์ต่างๆได้นั้น บางทีเราคงต้องมีรางวัลให้กับตัวเองบ้าง คือถ้าเราระงับอารมณ์ ดึงสติกลับมาจากความทุกข์ ปัญหาต่างๆได้ ก็ทำอะไรดีดีให้ตัวเองได้แฮบปี้ มันจะเสริมแรงให้คนมีสติได้ 
คนเราจะมีชีวิตที่มีคุณภาพได้ต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมความสนใจของตัวเอง ซึ่งตามหลักการแล้วการนี้มันต้องฝึก อาจจะโดยการสวดมนต์ การออกกำลังกาย การวาดรูป เพื่อฝึกให้ร่างกายและใจรู้จัก focus ซึ่งจะทำให้เรามีการควบคุมตัวเองได้ง่ายขึ้นในสถานะการณ์อื่นๆ สิ่งสำคัญในการฝึกอยู่ที่ทัศนคติต่อสิ่งที่จะฝึกด้วย คือ ต้องชอบ ต้องทำแล้วแฮบปี้ เช่น การสวดมนต์ทำให้เราสบายใจ มีจิตบริสุทธิ์ขึ้น หรือการออกกำลังกายทำให้เราพอใจกับความแข็งแรงของร่างกาย ถ้าสิ่งที่จะฝึกเป็นสิ่งที่เราชอบ มันจะเกิดผลดีมาก แม้แต่สิ่งธรรมดา เช่น การล้างจาน แต่คิดให้มันเป็นศิลปะ เป็นความเรียบร้อยสะอาดสวยงาม นั่นก็ถือว่าเรา focus อยู่กับมันไปแล้ว ฝึกอะไรก็ได้ ขอให้ชอบและฝึกไป อันนี้จะเป็นรางวัลอย่างหนึ่งที่จะให้กับตัวเอง ซึ่งมันจะช่วยให้เรามีชีวิตแบบเป็นสุข มีสติ ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนด้วยอารมณ์ขึ้นลงของเรา ไม่ทำลายความสุขคนอื่น


วันอังคารที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

กำลังใจ

กำลังใจ 💝
บางที ชีวิตอาจไม่ได้ง่ายสำหรับคุณ
บางทีคุณอาจเป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น
...ที่สามารถรับมือได้กับช่วงเวลาทุกข์ทน 
และยังคงเป็นคนที่น่ารักได้อยู่
บางทีเรื่องมันเป็นอย่างที่เป็นเพราะคุณสร้างมันขึ้น
บางทีอาจเป็นเวลาสำหรับการทบทวน
บางทีเรื่องต่างๆมันอาจกำลังจะลงตัว
บางทีเรื่องต่างๆมันทำให้คุณเติบโต ยอมรับ
...และทำให้คุณแข็งแกร่งพอที่จะใช้เป็นบทเรียน
ตราบใดที่ยังรู้ตัวว่าได้ทำดีที่สุดไปแล้ว
ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องเครียด เดี๋ยวมันก็ดีเอง
เพราะว่าคุณไม่ท้อถอยที่จะก้าวเดินไปข้างหน้า
แค่...อย่าหมดกำลังใจไปเสียก่อน 

วันจันทร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

คิดวันละอย่าง # 248

การมองโลกตามที่เห็นที่เป็นจริง

บางคนเลือกมองบวก ก็ดี สบายใจ
บางคนเลือกมองลบ ก็ยังดี ได้ระมัดระวัง
แต่ทั้งสองมุม คือ บวก กับ ลบ นั้น
บอกเลยว่ามันไม่จริง..เพราะเราเอาความรู้สึกยัดใส่ลงไปด้วย
น้ำครึ่งแก้ว คือ น้ำครึ่งแก้ว
ไม่ใช่เหลือ “ตั้งครึ่ง” หรือ มี “แค่ครึ่ง” 
ตามความจริงที่เป็น คือ น้ำครึ่งแก้ว 

มุมมองตามจริงอันนี้สำคัญมากด้วยเหตุผลหลายประการ 
อย่างหนึ่ง คือ ความทรมานน้อยลงมาก
ไม่ต้องซื้อความสบายใจด้วยมองบวก หรือ
ไม่ต้องจมอยู่กับทุกข์เกินเหตุที่เป็น 
มองเห็นจริงได้ เรื่องจบเร็วขึ้นมาก
แก้ไขปัญหาได้แบบไม่เสียเวลาโต้เถียงความรู้สึก
แล้วไหลไปตามที่คิด ที่รู้สึก แต่มันไม่ใช่ ไม่จริง 
มันเลยทรมานหนัก ไม่จบไม่สิ้น

อีกประการ คือ ทำให้เป็นคนมีหลักการเป็นคนจริง
การมองตามสภาพที่เป็นจริง ทำให้คนมีเหตุผล
พูดกันเข้าใจง่าย ภาษาเดียวกัน
ถ้าเอามุมบวก หรือ ลบใส่ลงไปด้วย
จะคุยกันไม่รู้เรื่อง เหตุผลที่มี
จะกลายเป็นเหตุผลใคร เหตุผลมัน

นอกจากนี้ จะทำให้เป็นคนเข้าใจอะไรได้ง่าย
เมื่อเราไม่ได้เอาแต่มองโลกสวย หรือ จมกับโลกมืด
หูตาจะสว่างขึ้นมาก เรื่องแถ เรื่องอ้างจะไม่มี
เราจะเข้าใจสรรพสิ่งได้ตามที่มันเป็น
ยอมรับธรรมชาติ จริตหรือความแตกต่างได้ดีมากขึ้น

ประมาณนี้นะ ก็อยู่ที่ว่าเห็นน้ำครึ่งแก้ว
แล้วจะบอกตัวเองว่ายังไง
  • น้ำครึ่งแก้ว
  • น้ำเหลือครึ่งแก้ว
  • น้ำมีตั้งครึ่งแก้ว

  • วันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

    เรื่องกฎแห่งแรงดึงดูด

    ทุกเรื่องมันเป็นพลัง จะบวก จะลบก็พลัง 
    พลังดึงดูดที่ฝรั่งเรียกว่า The Law of Attraction 
    ซึ่งสอนเราให้รู้ว่าสิ่งที่เราคิด รู้สึกและทำ
    กลายเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับตัวเอง 
    มันทำให้เราประจักษ์ชัดถึงความบวกและลบในตัว

    จากมุมมองที่ว่าคิดยังไงก็เป็นแบบนั้น 
    ถ้ามีปัญญา มันจะมากับเรื่อง “การปล่อยวาง”
    พูดได้ว่าถ้าตระหนักรู้ถึงแรงดึงดูดปุ๊บ
    ราวกับว่าการปล่อยวางจะเดินตามมาประกบทันที
    อันนี้เป็นความลับของการสร้างสรรค์ความคิดใหม่
    และสิ่งใหม่ๆให้เกิดขึ้นกับตัวเองเลยนะ

    ลองหันไปหาการปล่อยวาง เมื่อรู้ถึงแรงดึงดูดลบๆ
    ลองปลดปล่อยพลังความสัมพันธ์ที่แย่ๆออกไป
    ลองปล่อยความต้องการที่ไม่สมหวัง 
    ลองปล่อยความต้องการควบคุมคนอื่น ควบคุมเหตุการณ์ต่างๆ
    ปล่อยวาง...ยอมปล่อยออกไป เพื่อให้ได้ประสบการณ์ใหม่
    บทเรียนใหม่ๆที่จะทำให้ตัวเองไม่แพ้ต่อพลังแรงดึงดูดที่ไม่ดี

    มันจะว่าง โล่ง 
    คิดอะไรเป็นแบบนั้น...คิดว่าว่าง โล่ง ก็เช่นกัน สบายใจดีนะ


    วันอังคารที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

    Do what you love, love what you do

    Do what you love, love what you do 🥰
    งานเป็นสิ่งที่กินเวลาชีวิตเราในสัดส่วนที่เยอะมาก
    คิดดูเถอะ 24 ชั่วโมงในหนึ่งวัน เราตื่นอยู่กี่ชั่วโมง
    แล้วเราใช้เวลาไปกับการทำและอยู่ในที่ทำงานกี่ชั่วโมง
    ถ้าเราไม่แฮบปี้กับอาชีพ การทำงานแล้วนี่มันนรกเลยนะ
    มันดึงดูดเอาพลังเราไปมากมาย
    เราลงทุนลงไปในสิ่งที่ไม่รักไม่ชอบนี่มันใช่หรือ
    และไม่ใช่แค่เรื่องงาน ลองคิดถึงเรื่องต่างๆในชีวิต
    เช่น วิถีชีวิตในทุกวัน งานอดิเรก ฯลฯ
    มันมีอะไรบ้างที่เราต้องพัฒนา...ไปในทางที่ชอบ !!
    ผู้คนที่แวดล้อม กิจกรรมต่างๆ รวมไปถึงข้อมูล
    ...ที่เราเอาเข้าไปหล่อเลี้ยงชีวิตอยู่ มันเหมาะสมดีแล้วหรือยัง
    บางทีต้องหันกลับมาทบทวนว่าเรา “ใส่” อะไรลงไปในชีวิตบ้าง
    มันควรเป็นสิ่งที่รักที่ชอบนะ ชีวิตไม่ได้ยาว
    เราคงต้องระมัดระวังให้ดี ไม่เช่นนั้นชีวิตจะไม่เป็นชีวิตที่ต้องการ
    อย่าลืมว่า ไม่ใช่อะไรทั้งนั้นที่มีอิทธิพลกับเรา
    แต่เป็นตัวเราเองที่เป็นผู้กุมบังเหียนชีวิตอยู่ !!


    วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

    คิดวันละอย่าง # 247

    บางทีเราคงต้องลด ละ เลิกหลายอย่างเลยนะ 
    จะได้แก่อย่างสง่าและแฮบปี้ไปด้วยกัน 
    📌 อย่ายึดติด “สมบูรณ์แบบ” : เพราะความสมบรูณ์แบบดังใจมันไม่มีในโลกนี้ ถ้าติดกับมันมากๆก็คงต้องรอไปเกิดใหม่นะ
    📌 ลดความกังวลเรื่องการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย : ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก มันจะหลีกเลี่ยงความแก่ ตีนกา เหนียงคอ ความเหี่ยวได้ไหม ความเจ็บป่วยเสื่อมของอวัยวะทั้งหลายมันมาเคาะประตูแล้ว สำหรับบางคนมันเชิญตัวเองเข้ามาแล้วด้วยซ้ำ คงต้องยอมรับไปและแก่ไปอย่างสง่างาม คิดเสียว่ามันเป็นริ้วรอยประสบการณ์
    📌 เลิกทำหลายอย่างพร้อมๆ กัน : สังขารมันไม่เอื้อแล้ว ต้องมีโฟกัสชัดเจน คือทำทีละอย่าง เพราะการทำทีละอย่างอย่างตั้งใจและมีสมาธิ ทำให้ใจจดจ่ออยู่กับที่ทำที่พูดจริงๆ ไม่มั่วคิดนู้นนี่ มันช่วยให้เรารู้ตัว มีสติ ไม่ลื่นไหลเลอะเทอะ ไม่อย่างงั้นทำอะไรมันจะไม่สวย หนักข้อคือซวยด้วย คือ ไม่สำเร็จสักเรื่อง
    📌 หยุดโหยหาหัวโขน ความป๊อบหรือแม้แต่ความรัก : กลับมาดูตัวเองกันดีดี ธรรมชาติของเราเป็นยังไงตอนนี้ ก็ตามนั้น แก่ขนาดนี้จะต้องได้อะไรเหมือนเมื่อก่อนมันเป็นไปไม่ได้ เปลี่ยนการไล่ล่าชื่อเสียง การห้อมล้อมเอาใจมาเป็นแผ่เมตตาไปให้สมแก่ เปลี่ยนการยื้อยุดความรักมาเป็นการให้ความรัก ความหวังดี ความจริงใจ เปลี่ยนการแย่งชิงความป๊อบมาเป็นการสนับสนุนให้คนอื่นมีเวที แบบนี้ได้บุญดีนะ ดีกว่าทำปลอมน่ารักไปวันวันเพื่อให้คนสนใจแซ่ซ้อง มันไม่สมวัย คนแก่เรียกร้องอะไรมากๆมันน่ารำคาญ
    📌 เลิกเป็นกังวลกับปัญหาที่มาจากปัจจัยอยู่เหนือการควบคุม : เรื่องของคนอื่น สิ่งอื่นๆที่เราควบคุมไม่ได้ก็จะกังวลไปทำไม มันบั่นทอนประสิทธิภาพตัวเองลงได้แบบไม่รู้ตัว พวกความกังวลในสิ่งที่ควบคุมไม่ได้มันขโมยเวลาและทำให้เสียสติ ไปจนถึงการดำเนินชีวิตให้มันปกติก็ไม่ได้ หมกมุ่นมากไปไม่มีประโยชน์ มีแต่ทำร้ายตัวเอง
    📌 หยุดแคร์ทุกคนบนโลกนี้ : อย่าใช้ข้ออ้างคนดีให้ดูเป็นคนจิตใจดี เห็นอกเห็นใจคนทั่วไปทั้งหมด เพราะมันทำให้ลืมตัว ลืมความต้องการที่แท้จริงของตัวเอง เผลอๆเอาความอยากของคนอื่นมาเป็นของตัว มันไม่ถูก ชีวิตจะหนักอึ้งไปโดยใช่เหตุ แก่แล้วแค่ชีวิตตัวเองยังไม่ค่อยจะรอดเลย มันต้องรู้จักพาตัวเองออกมาสูดอากาศบ้าง รักตัวเองให้มากขึ้น เวลามีน้อยลงทุกวันนะ เอาชีวิตตัวเองกลับมา
    📌 ออกห่างคนไม่จริงใจ : ถ้าอยากให้ชีวิตสวยๆ ก็เลือกคนที่จะใช้เวลาอยู่ด้วย หน้ากากจะอยู่กันไม่นาน บางทีมันต้องปล่อยวาง ลดตัวตนเพื่อกลับไปหาคนที่ดีกับเราจริงๆ อยู่ด้วยแล้วสบายใจ ไม่จ้องจะเอาเปรียบ แก่แล้วจะอยู่กันด้วยผลประโยชน์อย่างเดียวมันน่าเกลียดไปนะ
    📌 เลิกมีข้อแก้ตัวทุกเม็ด : หันมารับผิดชอบในสิ่งที่ทำ เพราะไม่ว่าอะไรที่ไม่พึงใจที่เกิดขึ้น สาเหตุหนึ่งที่สำคัญ คือ ตัวเราเองที่ตัดสินใจไปอยู่ในสถานะการณ์นั้น เลิกโทษชาวบ้าน เลิกแก้ตัวให้ตัวเองสบายใจ ยอมรับความจริงไปเลย
    📌 เลิกจมอยู่กับสิ่งที่ไม่ชอบ : ทำไปนานๆมันจะชิน เสียความเป็นตัวตน อาจกลายเป็นอีกคนที่ตัวเองก็ยังไม่รู้จัก ปฎิเสธไม่เป็นนี่มันจะสูบพลังชีวิต ใช้ชีวิตไม่สงบสุข แก่ไปช้ำไป เศร้าไป