วันเสาร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

คิดวันละอย่าง # 170

คนจริง...ต้องยอมรับความจริง

กลไกป้องกันตัวเองอย่างหนึ่งของคน คือ การไม่ยอมรับความจริง (Denial) 
ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นเมื่อเจอความจริงที่แสนปวดใจ 
....บางครั้งเกินกว่าจะรับมือได้ คนจึงเพิกเฉย ปฎิเสธความเป็นจริงไปก่อน 
ถ้าระยะสั้น..คงไม่เป็นไร 
แต่ถ้ายาวไปนี่ มันอันตรายต่อสภาพจิต อาจถึงทำลายชีวิตปกติได้

ในสถานะการณ์ไหนบ้างที่คนไม่ยอมรับความจริง 
….เวลาเศร้า
….เวลาเครียด
….เวลามีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์
แม้แต่...เวลามีปัญหาเรื่องสุขภาพ
สั้นๆ คือ สิ่งใดก็ตามที่คุกคามความรู้สึก
...การปฎิเสธความจริงจะย่องเข้ามา.....เนียนๆเลย
แล้วมันจะเป็นปัญหาในท้ายที่สุด เพราะนี่เป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในระดับจิตใต้สำนึก คนที่ไม่ยอมรับความจริงไม่เคยยอมรับว่าพฤติกรรมของตัวเองนั้นไม่เหมาะสม  มักโยนความผิดให้คนอื่น ไปโทษสภาพแวดล้อม โชคชะตา ฟ้าฝนก็มี คงกลัว กลัวว่าตัวเองจะแปลกแยกด้วย อันนี้ถือว่าแย่ พัฒนายาก ทำให้คนอื่นลำบากใจในการคบหา ก็ไม่รู้ว่าจะปฎิสัมพันธ์กันยังไง อาจมีโดนเทได้ง่ายๆ 

การไม่ยอมรับความจริง คือ การปลอบโยนตัวเองในทางที่ผิด
ปลอบนานเกินไป อาจเสียนิสัย เลยไปถึงการไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันการณ์

คนเราจะแก้ปัญหาได้จริง ต่อเมื่อตระหนักรู้ว่ามันมีปัญหาอยู่จริง
และปัญหาจะเริ่มบานปลายเมื่อเราไม่เริ่มลงมือแก้ไข 
อันนี้แหละที่เป็นเหตุผลว่าการไม่ยอมรับความจริงมันแย่ 
แย่น้อย คือ  ถ้าผลกระทบไม่มาก พฤติกรรมนั้น คือ โกหก 
แย่มาก คือ การเปลี่ยนแปลงที่กระทบต่อการใช้ชีวิต ต่อชื่อเสียง หรือสั่นคลอนความรู้สึกมั่นคง คือ มันควบคุมตัวเองไม่ได้ 

ถ้าคนรอบข้างแกล้งเชื่อการไม่ยอมรับความจริงนั้น จะโอละพ่อมาก 
มันผิด มันทำให้ส่งเสริมพฤติกรรมปฏิเสธความจริงมากขึ้นอีก ทีนี้รักษายากเลย 

แต่ถ้าเราขัดใจไป มันเกิดการขัดกันขึ้น 

วิธีที่สามารถทำได้ ดูใจร้าย แต่ดีกว่าอวย คือ ปล่อยให้เผชิญกับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการไม่ยอมรับความจริงไป...

วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

คิดวันละอย่าง # 169


ใจที่ตอบแทน มันแทบไม่มีค่า เพราะผู้คนบ้าค่าของสิ่งของ
การให้ไม่ได้อยู่ที่ไหน มันอยู่ที่ทัศนคติในการให้
ให้ใจ จับต้องไม่ได้ ต้องรู้สึกถึงจะเห็นค่า
ให้ของ...มี 2 เรื่อง
เรื่องแรก...ให้เพราะมีเหลือเฟือ กับ ให้เพราะเป็นสิ่งที่ดีที่เราหาได้
เหลือเฟือ แปลว่า ให้ๆไป ไม่เดือดร้อน
สิ่งที่ดีที่หาได้ แปลว่า ตั้งใจให้ แม้จะมีไม่มาก
มันต่างกันมากนะ แต่คนมักมุ่งไปที่ “ของ” ค่าของสิ่งของที่ให้กัน
บางทีมันทำให้คนปวดใจ...เพราะรับไปก็ไม่เห็นค่า
มี 100 ให้ 10 กับ มี 10 ให้ 5
มันต่างกันมาก
มิตรภาพของคนไม่ใช่ “ราคา” ที่จะซื้อหากันได้
คนที่เห็น “ราคา” คือ มิตรภาพ ไม่เคยได้ใจ
อันนี้เรียก “เพื่อน” ไม่ได้ เป็นได้แค่รู้จักกัน 
แต่ก็ให้ไปเถอะ...ในเมื่อตั้งใจ...
ก็แค่ให้กันแบบคนรู้จัก หรือให้กันแบบเพื่อน
อันนี้ต้องเลือกกันเอาเอง
ส่วนคนรับนี่เรื่องของมึง
คบกัน = ศีลเสมอกัน
เสมอกันนั้น คือ ใจ ใช่สิ่งของ 

วันพุธที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

คิดวันละอย่าง # 168

ว่าด้วยการพูดจา 
บางคนเกิดมาเพื่อพูดจาอ่อนหวาน ไม่เคยหยาบคายเลย...คนหรือเปล่า
บางคนเกิดมาเพื่อทิ่มแทง พูดดีดีไม่เคยเป็น...ขาดความอบอุ่นหรือเปล่า

ไม่ว่าจะได้ฟังอะไรแบบไหน..อย่าไปใส่ใจมาก
คนเราล้วนต้องการอะไรจากกัน ไม่อะไร ก็อะไรสักอย่าง

ที่พูดจาดีๆนั้น...
หวังจะได้การชื่นชม
หวังจะได้ความสมยอม
คำสรรเสริญเยินยอ ฟังไปก็เท่านั้น...ถามหัวใจตัวเองดูว่ามันใช่ไหม

ที่พูดจาร้ายๆ เสียดสี จิกกัด..อันนั้นแล้วไป คนมันมีปม

แต่ที่พูดตรง ไม่ค่อยเข้าหู บาดใจนี่อาจต้องฟัง
มันอาจมาจากใจ ที่ไม่แน่เสมอไปว่าใครจะยอมพูด
มันอาจเป็นความจริงที่ไม่ได้คิดทำลายกัน
คำพูดจากใจนี้ ต้องคิดตาม อย่าเพิ่งเสียจริต...ถามหัวใจตัวเองดูว่ามันใช่ไหม


เสแสร้ง กับ จริงใจ...ไม่ยากเกินไปที่จะรู้นะ 

วันอาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

คิดวันละอย่าง # 167


มีคนว่าไว้...ชีวิต คือ ส่วนผสมของการฝืนใจและการตามใจตัวเอง
ชอบนะ.. ไม่ปฎิเสธอะไรที่มันเป็นความจริงในชีวิต
ตามใจ...ฝืนใจ สำคัญพอๆกันเลย
เมื่ออยากกิน..จงตามใจ
เมื่ออยากกิน..จงฝืนใจ
เมื่ออยากไป..จงตามใจ
เมื่ออยากไป...จงฝืนใจ
เมื่ออยากเศร้า จงเหงาไป
เมื่ออยากเศร้า จงฝืนไว้
เมื่ออยากรัก...จงตามใจ
เมื่ออยากรัก..จงฝืนใจ
มันผสมกันไปมาทั้งชีวิตนะ จะว่าอะไรสำคัญกว่าอะไรก็ว่าไม่ได้
มันพอๆกัน บางครั้งเราต้องตามใจตัวเอง
....และในบางครั้งเราต้องฝืนใจตนเองเช่นกัน 
ใจคนมันจึงเป็นทุกข์วนเวียนเพราะไอ่ตามใจกับไอ่ฝืนใจนี่แหละ
ซึ่งใครๆก็ไม่รู้ซึ้งเท่าเจ้าตัว
เปลี่ยนไป เปลี่ยนมา
มันคือการเปลี่ยนแปลงภายในที่เราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน
อะไรจะเกิด ก็ต้องเกิด
ก็แค่...เตรียมรับมือ 
เตรียมใจกับทุกสิ่งที่ต้องเจอ
รับผิดชอบต่อการตามใจและการฝืนใจไป


วันเสาร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

คิดวันละอย่าง # 166

ฮัลโหลและบ๊ายบาย “จุดอับทางอารมณ์” 
เป็นอะไรหรือเปล่า...เปล่า ไม่มีอะไร
อันนี้แหละมีแน่ๆ
อาจเป็นเพราะบางที ตั้งแต่เล็กเราถูกสอนให้ต้องเก็บอารมณ์ต่างๆที่ไม่ดี 
แต่พอโตขึ้น...แก่ตัว วิชามารเริ่มกล้าแข็ง เริ่มไม่สนโลก
จึงมีการแสดงจุดอับทางอารมณ์ออกมา
ซึ่งก็ไม่ค่อยได้เลือกวิธีแสดงออกที่เหมาะสม กลายเป็นเบียดเบียนคนอื่นไป
การเข้าใจถึงอารมณ์นี่สำคัญนัก
ทำไมเราถึงรู้สึกแบบนั้น ทำไม ทำไม
การตอบคำถามตัวเอง บางทีก็ลำบากใจ
อาจใช้เวลาเป็นเดือน เป็นปี หรือ จนตายก็ตอบไม่ได้ก็มี
การตั้งคำถามกับตัวเองอย่างตรงไปตรงมานั้นเป็นเรื่องยาก
ถึงจะเป็นคำถามง่ายๆ แต่เราก็จะไม่อยากตอบ
แต่ทว่า...ยิ่งคำตอบทำให้รู้สึกไม่สบายใจมากเท่าไหร่
คำตอบนั้นก็ยิ่งจริงแท้ มากขึ้นเท่านั้น 
ทำไมถึงหงุดหงิด โมโห...
…เพราะอะไรมันไม่ได้ดังใจหรือเปล่า ต้องการมากไปหรือเปล่า
ทำไมเหงา เศร้า โดดเดี่ยว ขาดแรงบันดาลใจ...
…เพราะเรามันไม่ดีพอหรือเปล่า เราเห็นแก่ตัวหรือเปล่า 
อย่างน้อย...การถามตัวเองก็ช่วยอยู่บ้างนะ
มันได้เห็นถึงสาเหตุพื้นฐานของอารมณ์ที่ครอบงำใจอยู่
แก้ได้ ไม่ได้ ค่อยว่ากันนะ
มาดูสิ่งที่กำหนดอารมณ์ คิดว่ามันเป็นเรื่องของค่านิยมนะ
เพราะว่าค่านิยม คือ พื้นฐานของทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเป็นและทำใช่ไหม
ถามอีก...เรามีค่านิยมที่ดี หรือ ไม่ดี
ค่านิยมที่ดี เช่น ความจริงใจ ความคิดสร้างสรรค์ ความละเอียดอ่อน การยืนหยัดเพื่อตัวเอง การยืนหยัดเพื่อผู้อื่น ความเคารพในตัวเอง จิตกุศล ความอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นต้น ซึ่งอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง เป็นที่ยอมรับของสังคม ที่สำคัญ คือ ส่งผลโดยตรงและควบคุมได้ 
ค่านิยมที่ดีมาจาก “ภายใน” สัมผัสได้ทันที ส่งผลทันที จะทำให้อารมณ์มั่นคงขึ้น เพราะจะช่วยให้มองโลกในแบบที่เป็น ไม่ใช่ที่เราหวังให้มันเป็น จุดอับทางอารมณ์จะถูกกำจัดออกไป หรือ จางลง หรือ ถึงจะยังมีก็สามารถเลือกวิธีการแสดงออกที่เหมาะสมมากขึ้น 
แต่ถ้ามีค่านิยมไม่ดี มันก็ คือ มาตรฐานห่วยๆของตัวเอง เช่น การชอบเสียดสี ชอบข่มขู่ การแสดงอำนาจ การต้องการเป็นจุดสนใจอยู่ตลอดเวลา การไม่อยากอยู่คนเดียว การต้องการคำชื่นชมจากทุกคน การต้องรู้สึกดีตลอดเวลา การอยากรวย พวกนี้มันขึ้นกับ “ภายนอก” นะ ส่วนใหญ่จะออกแนว “อยาก” อยากได้ อยากมี อยากให้คนเคารพ การที่ต้องถูกเสมอ คนอื่นต้องชื่นชม มันขึ้นกับ “คนอื่น” “อย่างอื่น” มันควบคุมไม่ได้ ค่านิยมไม่ดีนี่มันให้ความสุขชั่วคราว ยินดีบางครั้ง แต่ส่งผลเสีย ทำให้มีจุดอับทางอารมณ์บ่อยๆได้ เพราะมันไม่ใช่ความจริง มันเป็นความเชื่อเท่านั้นที่แอบกำหนดให้กับตัวเองและคนอื่น มันไม่ใช่สิ่งสำคัญแท้จริงต่อชีวิต ตรงกันข้าม มันทำให้ชีวิตแย่ลง ประสาทกินมากขึ้น 
ให้ความสำคัญกับสิ่งที่สำคัญจริงๆ
เลือกค่านิยมดีดี
แคร์ในสิ่งที่ควรแคร์
จุดอับทางอารมณ์มันจะได้ดับไปได้ ไม่เดือดร้อนชาวบ้าน
....และ...ชีวิตดีขึ้น

วันอังคารที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

คิดวันละอย่าง # 165

มองให้ออก บอกให้ถูก ใช้ให้เป็น เห็นให้ชัด
บางทีมันก็เป็นอะไรอัตโนมัตินะ ที่เราคิดว่าตัวเองดี
และอะไรที่มาจากเราต้องดีหมด
ไม่ทันคิดด้วยซ้ำเวลาอะไรเกิดขึ้น 
เราจะมองไปที่อื่น คนอื่นก่อนตลอดเลย
ไม่คิดจะปรับตัวเอง
แต่อาจหาญ(มันมากกว่ากล้า อาจถึงหน้าโบกปูน)ให้คนอื่นปรับเข้าหาตัวเอง ก็เข้าข้างตัวเองไปแบบนี้เป็นนิจ จนเป็นกลไกชีวิตไปแล้ว
มันทำให้นิสัยเสีย สติหายไม่รู้ตัว พัฒนาไม่ได้
เห็นอะไรดี แทนที่จะว่าดี กลับไปหาที่มันไม่ดี..จนเจอ
แล้วว่า...ทำไมไม่ทำแบบนี้ แทนที่จะหันมาหาตัวเอง
แล้วว่า...เออ ทำไมเราไม่ทำดีดีแบบนี้มั่ง (วะ) 
เห็นอะไรไม่ดี แทนที่จะหันมาดูตัวเอง
ดันไปโทษฟ้า โทษฝน คนข้างทาง
ตัวเองทำซวยเอง ไม่ยอมรับ
ดันไปโทษคนอื่นว่าทำให้พัง
ความผิดคนอื่นใหญ่มาก เพราะเราไปจ้องอยู่ตรงนั้น...มันใหญ่ขึ้นทุกที
คนที่มองตัวเองออก เป็นคนที่มีธรรมะอยู่ในใจเลยนะ
คือ มีสติสะท้อนตัวเองตลอด
มีปัญญาพอที่จะรู้แบบกลางๆ ตรงๆ
ลองสังเกตุตัวเองดู
มันก็จริงนะ...มองเห็นคนอื่น มากกว่าเห็นตัวเอง
มาสาย...อ๋อ รถมันติด ฝนมันตก ลูกกวนตัว ผัวกวนใจ
งานไม่สำเร็จ...เอ่อ ไม่มีเวลา ไม่มีคนช่วย ไม่มีเครื่องมือ
อกหัก...เอิ่ม มันตาไม่ถึง มันไม่มีวาสนา มีมือที่สาม
เซ็ง...อึม นายห่วย เพื่อนไม่มา เวลาไม่ได้ 
เอาคำพระมาเลยละกัน
"อัตตา อัตตะนา โจทะยัตตานัง แปลว่า จงเตือนตนด้วยตนเอง
ขอนิมนต์หลวงปู่มาด้วย... หลวงปู่ศรี มหาวีโร
“มองตนเองเพื่อแก้ไข มองคนอื่นเพื่อให้อภัย”
เอาเป็นว่า...ทุกครั้งที่รู้สึกว่าอะไรผิดพลาด ตบอกตัวเองก่อน กูเอง กูเอง (อันนี้นึกในใจไปนะ อย่าส่งเสียง 55) ตรวจสอบความห่วย ข้อบกพร่องของตนก่อนเลย เอาให้เป็นนิสัย ฝืนๆหน่อย จะลดละอัตตา “ตัวกู – ของกู” ได้มั่งไหม ยังไม่ค่อยได้ ก็เพิ่มสวดมนต์ไหว้พระเข้าไป เผื่อใจจะผ่องแผ้ว มีสติ สมาธิขึ้นมั่ง ยิ่งเลยไปถึงแผ่เมตตายิ่งน่าจะดีมากไปอีก คงจะลดความเห็นแก่ตัวลงมาได้บ้าง จะได้เห็นตัวเองชัดๆแบบไม่มี “ตัวกู – ของกู” มาบังไว้

วันจันทร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2561

คิดวันละอย่าง # 164

เรื่องที่คนแก่ต้องรู้...
อย่าฝืนว่าอะไรๆต้องอยู่กับเราไปจนวันตาย
อย่าหวัง...ความสะดวกที่คนหยิบยื่นให้ 
อย่าหวัง...ความเห็นใจที่เคยร้องขอ
อายุไม่น้อยแล้ว...หันมาพึ่งพาตัวเองให้มาก
อย่าอ้างอาวุโส...มันไม่โอเค
เราทุกข์ คนอื่นก็เคยร้องไห้
เรื่องราวที่ผ่านมา คนอื่นก็ผ่านมาเหมือนกัน
มันไม่ใช่ข้ออ้าง มันไม่ใช่ยุคคนแก่อีกต่อไป
ตำแหน่งอะไรก็ไม่ถาวร ลงตอนนี้ได้ ลงให้คนสรรเสริญ
เรามันขาลง...ลงให้สวย ตอนที่คนยังไม่รู้สึกรังเกียจ
คนอื่นมีขาขึ้น...ส่งให้ขึ้นไป
ความสามารถเรามีจำกัด แค่เอาตัวเองให้รอดก็ลำบากแล้ว
ไม่แบก ไม่ยื้อ... ความเสียสละของคนแก่จะมีความหมาย
เราจะสบายใจที่ไม่ต้องหาม..ในสิ่งที่ฝืนหาม มันหนักเกินไป
สิ่งใดควรอยู่ย่อมอยู่
สิ่งใดควรได้ย่อมได้
สิ่งใดควรไปย่อมไป
หลายสิ่งยังค้างคา
ทำใจได้จะเกิดปัญญา
ยอมรับได้ถือว่ายังมีวาสนา
ปล่อยวางได้ย่อมสงบสุขในใจ
อยู่แบบแก่ไป ยิ้มไป สบายกว่ามาก